เศรษฐกิจส่งสัญญาณบวก ปลุกความมั่นใจนักธุรกิจฟื้นแผนลงทุนครึ่งปีหลัง "กอบชัย จิราธิวัฒน์" สั่งรีวิวแผนลงทุน 4 โครงการยักษ์มูลค่ากว่าหมื่นล้านใหม่ "สยามพารากอน" ประกาศลงทุนเพิ่มแม็กเน็ตในศูนย์ พร้อมระดมทีมเร่งหาทำเลผุดโครงการยักษ์ "โอสถสภา" เตรียมพร้อม หวังลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้านสศค. คาดไตรมาสที่ 2 -3 เศรษฐกิจยังติดลบ ส่วนไตรมาสที่ 4 บวก 1% 9GRQ^E
sopf-g:
Mg2 e0}{
นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (บมจ.) ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้า กลุ่ม เซ็นทรัล เปิดเผยว่า ในต้นเดือนมิถุนายนนี้บอร์ดของบริษัทจะประชุมเพื่อรีวิวแผนการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่ประกาศชะลอการลงทุนออกไป 1-2 ปีเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยตั้งแต่ปลายปี โดยการประชุมครั้งนี้มีวาระหลักคือพิจารณาแผนการลงทุนทั้ง 4 โครงการ ได้แก่สำหรับแผนการลงทุนเดิมของเซ็นทรัลพัฒนา ประกอบไปด้วยโครงการเซ็นทรัล เชียงใหม่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท แล้วเสร็จในปี 2553 เซ็นทรัล เชียงราย ใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท แล้วเสร็จในปี 2553-2554 เซ็นทรัล พระราม 9 ใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท แล้วเสร็จในปี 2553 และการปรับปรุงเซ็นทรัล ลาดพร้าวใช้งบประมาณ 1,000 -1,500 ล้านบาท แล้วเสร็จในปี 2553 เช่นกัน )3)7zulnXH
e=l:!E10
โดยขณะที่แผนการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ยังคงเหมือนเดิม คือ การเปิดสาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น ในปลายปี และการปรับปรุงห้างสรรพสินค้าอุดรเจริญศรี หลังเข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา 'zbvg0 T
tXqX[Td`0g
ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้บริษัทเชื่อมั่นในการกลับมาลงทุนอีกครั้ง เห็นได้จากการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน รวมถึงตลาดหุ้นในเมืองไทยที่มีการเติบโตในเชิงบวก นอกจากนี้จากการเก็บข้อมูลของบริษัท พบว่าแม้ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจจะไม่ดี แต่ผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้า 2 ศูนย์ใหม่ คือ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัล พัทยา บีช กลับมีจำนวนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างแน่นอน }h=PW'M{
R*!s'R
ด้านนายเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ผู้บริหารอาวุโสสายการตลาด บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 2 เริ่มส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจจะกลับฟื้นตัวดีขึ้น โดยเห็นได้จากใน 2 ภาคธุรกิจใหญ่ของประเทศคือค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้า และที่ดินย่านซีบีดี ยังเป็นที่ต้องการของตลาด ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทเองในไตรมาสแรก มีการเติบโต 3-4% แม้จะต่ำกว่าปกติที่เติบโต 20% แต่ก็ดีกว่าที่คาดการณ์ โดยยอดใช้จ่ายของลูกค้าระดับบนเพิ่มขึ้น 15% ส่วนลูกค้าระดับกลางยังคงที่ โดยในไตรมาสที่ 2 ประเมินว่าผลประกอบการจะเติบโตเกิน 5% และจากสัญญาณการเติบโตที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจนี้ ทำให้บริษัทมีแผนที่จะขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น <:Mz2Rg
m^0vux
ทั้งภายในสยามพารากอนเอง ซึ่งในปีหน้าจะเปิดให้บริการในส่วนของโรงแรมและโอเปร่าเฮาส์ นอกจากนี้จะมีการลงทุนเพิ่มแม็กเน็ตใหม่ เพื่อเป็นแรงดึงดูด และไฮไลต์สำคัญให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ รวมทั้งบริษัทมีแผนที่จะลงทุนในอีกหลายโครงการภายใน 1-2 ปีนี้ โดยอยู่ระหว่างหาทำเลขนาดใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งบริษัทเปิดกว้างทั้งการซื้อ เช่าระยะยาว และการเข้าซื้อกิจการเพื่อนำมาพัฒนาใหม่ ทั้งนี้โครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ลงทุนจะมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 5,000 - 10,000 ล้านบาทต่อโครงการ NYr)=&)Ke.
-pIz-*
นายวิเชียร สันติมหกุลเลิศ ผู้อำนวยการตลาด บริษัท โอสถสภา จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะลงทุนทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโอสถสภาเพิ่มขึ้น หากภาวะเศรษฐกิจในประเทศและในเอเชียฟื้นตัวเร็ว ซึ่งจากช่วงที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปในทางที่ดี โดยบริษัทอาจจะพิจารณาลงทุนอีกกว่า 100 ล้านบาท สำหรับการขยายกำลังผลิตสินค้าทเวลฟ์ พลัสในอีก 1-3 ปีข้างหน้า พร้อมกับมีแผนรุกตลาดทเวลฟ์ พลัสอย่างจริงจัง 0k{\W
_3:%b6&Pz
ดร. สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณเริ่มฟื้นตัวบ้างแล้ว ถึงแม้ว่าช่วงไตรมาสที่ 1/52 เศรษฐกิจไทยอาจติดลบมากกว่า 6% ซึ่งคิดว่าเป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยแล้ว แต่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นของภาคการส่งออกการลงทุน และการบริโภคภายในประเทศ โดยจะเห็นได้จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)ในเดือนเมษายนที่ปรับตัวดีขึ้นมาก จากที่จัดเก็บรายได้เดือนละ 30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท n0!2-Q5U)h
l -xc*lC
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยต่างๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป ซึ่งจากการคาดการณ์ของ สศค. ประเมินว่าแม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2552 จะยังติดลบอยู่ แต่จะติดลบลดลงเหลือเพียง 4% จากนั้นในไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะติดลบเหลือ 3% ส่วนไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกได้มากกว่า 1% ซึ่งส่งผลให้ปีนี้ทั้งปี เศรษฐกิจไทยจะติดลบอยู่ในช่วง 3-4% t,Ka]
/
I
)AxD|A
ข้อมูลจาก http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=T012427m&issue=2427